คนไทยถอดใจซื้อบ้าน ? 56% บอก'ไม่คิดซื้อ'สูงสุดในรอบ4ปี

111 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คนไทยถอดใจซื้อบ้าน ? 56% บอก'ไม่คิดซื้อ'สูงสุดในรอบ4ปี

  • ผลสำรวจ SCB EIC พบว่า 56% ของคนไทยไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี
  • สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากคนไม่อยากมีบ้าน แต่มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนสูง และราคาบ้านที่แพงเกินกำลังซื้อ
  • สิ่งที่ประชาชนต้องการจากภาครัฐคือมาตรการที่ช่วยให้เข้าถึงบ้านได้จริง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และการแก้ปัญหาหนี้สิน มากกว่ามาตรการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น

 

ครั้งหนึ่ง “การมีบ้านเป็นของตัวเอง” คือเป้าหมายสำคัญของคนวัยทำงานแต่วันนี้ ความฝันนั้นกำลังถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆเพราะท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยไทยยังคงซบเซา และมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องในปี 2569ที่น่ากังวลคือ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก “คนไม่อยากซื้อบ้าน” แต่เกิดจาก “คนอยากซื้อ แต่ซื้อไม่

สัญญาณอันตราย เมื่อคนไม่มีแผนซื้อบ้าน
ผลสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยปี 2569 ของ SCB EIC พบข้อมูลที่สะท้อนภาพตลาดได้อย่างชัดเจนผู้ตอบแบบสอบถามถึง 56% ระบุว่า ไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 5 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นจาก 47% ในปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีแม้บางส่วนจะมีบ้านอยู่แล้ว แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากไม่คิดซื้อบ้าน กลับมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น
- ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
- หนี้สินที่ยังแบกรับอยู่
- ราคาบ้านที่สูงเกินกำลังซื้อ
- ความไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่กล้ายื่นกู้ตั้งแต่แรก เพราะเชื่อว่าตัวเองมีโอกาสถูกปฏิเสธสินเชื่อสูง หรือประเมินว่าฐานะการเงินยังไม่พร้อมสำหรับการเป็นเจ้าของบ้าน

ปัจจัยเสี่ยงโลกกดดันตลาด
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกันด้านในประเทศ เศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาด ขณะที่กำลังซื้อของครัวเรือนถูกบั่นทอนจากหนี้และค่าครองชีพส่วนด้านนอกประเทศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจลงทุนของทั้งคนไทยและนักลงทุนต่างชาติผลลัพธ์คือ การตัดสินใจซื้อบ้านหรือซื้ออสังหาฯ เพื่อการลงทุน ถูกเลื่อนออกไปอย่างต่อเนื่อง

คนไทยอยากได้อะไรจากรัฐบาลมากที่สุด ?
เมื่อถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ไข3 อันดับแรก คือ
1. ค่าครองชีพและรายจ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้
2. ภาระหนี้สินที่กระทบความสามารถในการกู้
3. ราคาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ยังสูงเกินเอื้อม

ส่วนมาตรการที่ประชาชนต้องการมากที่สุด กลับไม่ใช่มาตรการกระตุ้นการขายของผู้ประกอบการแต่เป็นมาตรการช่วย “ให้คนเข้าถึงบ้านได้จริง”ได้แก่
- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan
- โครงการบ้านราคาประหยัด
- มาตรการปรับโครงสร้างหนี้
- การพักชำระหนี้สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
รวมถึงการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน

ปัญหาไม่ใช่ยอดขายแต่คือ “รายได้”
SCB EIC มองว่า แม้มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ หลายอย่างจะช่วยพยุงตลาดได้ในระยะสั้นแต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืนเพราะต้นตอของปัญหาอยู่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจเมื่อรายได้โตไม่ทันค่าใช้จ่าย คนก็ไม่สามารถสะสมเงินดาวน์ หรือแบกรับภาระผ่อนบ้านระยะยาวได้

ดังนั้น นโยบายที่ควรเกิดขึ้นในระยะกลางและระยะยาว จึงต้องมุ่งแก้ปัญหารายได้และหนี้สินควบคู่กัน

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ เกาหลีใต้ ซึ่งเคยใช้แนวทางทยอยปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในช่วงปี 2561-2563 เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของแรงงานรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่ขณะที่หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และแคนาดา ใช้ระบบส่งเสริมการออมระยะยาว พร้อมให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และอนุญาตให้นำเงินออมดังกล่าวมาใช้ซื้อบ้านได้

อสังหาฯ ไทย ต้องเตรียมรับโลกใบใหม่
อีกโจทย์สำคัญที่กำลังรออยู่ข้างหน้า คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การลดลงของจำนวนประชากร และพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ
- บ้านประหยัดพลังงาน
- Solar Roof
- ที่อยู่อาศัยสีเขียว
- โครงการเช่าระยะยาว
- รูปแบบ Co-living และ Community สำหรับผู้สูงอายุ
ขณะที่ภาครัฐอาจต้องมองไกลไปถึงการเปลี่ยนบ้านว่างให้เป็นตลาดเช่าแบบที่ญี่ปุ่นกำลังดำเนินการ รวมถึงยกระดับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้านที่อยู่อาศัยให้เข้มข้นมากขึ้น

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่ใช่เพียงภาวะยอดขายชะลอตัวแต่กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่านั้นนั่นคือ คนจำนวนมากยังอยากมีบ้าน แต่กำลังสูญเสียความสามารถในการเป็นเจ้าของบ้านไปทีละน้อยและหากปัญหารายได้ หนี้สิน และค่าครองชีพยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังบ้านในฝันของคนไทย อาจกลายเป็นเพียง “ความฝัน”ที่เลื่อนออกไปไม่มีกำหนด

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 9 มิถุนายน 2569 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้