สงครามกระแทกแรง "ธุรกิจรับสร้างบ้าน" เสี่ยงเจ๊งระนาว

149 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สงครามกระแทกแรง "ธุรกิจรับสร้างบ้าน" เสี่ยงเจ๊งระนาว

‘ส.ไทยรับสร้างบ้านฯ’หวั่น‘สงคราม’กระแทกแรง ‘โดมิโนพ่นพิษ’รายเล็กถึงใหญ่เจ๊งระนาว

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association : THBA) กล่าวว่า ภาคธุรกิจรับสร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะ “ช็อก” จากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง คือ ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นทันที มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ 1.การขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material Shortage) ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายเริ่มอ้างถึงข้อจำกัดในการนำเข้าวัตถุดิบต้นน้ำจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเส้นทางการขนส่งในพื้นที่ขัดแย้ง และต้นทุนค่าขนส่งในประเทศที่ปรับขึ้นจากผลของปริมาณน้ำมันที่มีจำกัดซึ่งไม่เพียงพอต่อการขนส่ง รวมถึงการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการค้าน้ำมัน

2.ค่าขนส่งโลจิสติกส์พุ่ง (Logistics Surge) ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนแฝงในการขนส่งวัสดุจากโรงงานสู่หน้างานก่อสร้างขยับตัวขึ้นอย่างรุนแรง

“คาดไม่ถึงว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เรากำลังใช้ก่อสร้าง” นายนิรัญ กล่าว

นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า หากความขัดแย้งครั้งนี้ลากยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้ จะเกิดปรากฏการณ์โดมิโนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่แบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูง หรือกลุ่มที่ทำสัญญาจ้างเหมาในราคาเดิมไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรายเล็ก อาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เนื่องจากไม่มีอำนาจต่อรองราคาวัสดุกับซัพพลายเออร์ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะมีสั่งซื้อวัสดุไว้ล่วงหน้า แต่หากราคาวัสดุใหม่พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด จะส่งผลต่อกำไรสุทธิและแผนการขยายตัวในอนาคต

นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าวว่า เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในสภาวะวิกฤต สมาคมไทยรับสร้างบ้านจึงขอเน้นย้ำให้สมาชิกและผู้ประกอบการทั่วไป ได้แก่
1.บริหารจัดการสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างในระยะ 1-3 เดือนข้างหน้า
2.ทบทวนสัญญาจ้าง ให้มีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของราคาวัสดุ (Escalation Clause)
3.สื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ถึงความจำเป็นในการปรับแผนหรือราคาตามสถานการณ์โลก

“หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ และรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยพยุงราคาพลังงานหรือบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดว่าอาจเห็นภาพผู้ประกอบการทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว” นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าว

ที่มา : แนวหน้า 16 มีนาคม 2569 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้