เจาะลึก Solo Revolution เผยวิจัยครัวเรือนไทยอยู่คนเดียวพุ่งสูงกว่า 26%

208 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจาะลึก Solo Revolution เผยวิจัยครัวเรือนไทยอยู่คนเดียวพุ่งสูงกว่า 26%

ผลการศึกษาชิ้นสำคัญที่นำเสนอในงานประชุม IIEX Asia Pacific เผยปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างทางสังคมไทย เมื่อจำนวน “ครัวเรือนที่พักอาศัยคนเดียว” (One-Person Households) พุ่งทะยานขึ้นถึง 240% ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 26% ของครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่แบรนด์ส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับการออกแบบสินค้าและบริการเพื่อกลุ่มคู่รักและครอบครัวเท่านั้น

งานวิจัยฉบับสมบูรณ์นี้จัดทำโดย Stamina Asia ร่วมกับ Marketbuzzz เมื่อมกราคม 2026 ผ่านการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนไทยที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียวเกือบ 300 คน (อายุ 25-55 ปี) ครอบคลุมทุกภูมิภาคและระดับฐานะทางสังคม โดยมี มร. เจอโรม เฮอร์วิโอ และ มร. แกรนท์ บาร์โทลี่ เป็นผู้นำเสนอข้อมูล ซึ่งชี้ชัดว่า “กลุ่มคนอยู่คนเดียว” ไม่ใช่กลุ่มก้อนเดียวกันทั้งหมด แต่แบ่งออกเป็น 4 เซกเมนต์ ที่มีความต้องการแตกต่างกัน และมีอำนาจการซื้อที่สูงมากอย่างที่แบรนด์คาดไม่ถึง

ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่ามหาศาล : ครัวเรือนเดี่ยวในไทยพุ่งสูงถึง 5.5 ล้านครัวเรือน เติบโตขึ้น 240% ในช่วง 2 ทศวรรษ คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในตลาดรวมสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี

- อินไซต์ใหม่ของการอยู่คนเดียว: งานวิจัยโดย Stamina Asia และ Marketbuzzz ชี้ “คนโสดไม่ได้เหมือนกันทุกคน” โดยแบ่งออกเป็น 4 เซกเมนต์หลักตามทัศนคติและอารมณ์ ซึ่งมีเพียง 21% เท่านั้นที่เป็นกลุ่ม Fulfilled Solo หรือผู้ที่ภูมิใจและเติมเต็มกับการใช้ชีวิตอิสระอย่างแท้จริง
- โอกาสทองที่แบรนด์มองข้าม: แม้ตลาดจะโตแรง แต่สินค้าส่วนใหญ่ยังออกแบบเพื่อครอบครัว ชี้ช่องว่างสำคัญในกลุ่ม Pet Economy (ชาว Solo เลี้ยงสัตว์ถึง 67%) และสินค้าขนาดกะทัดรัดที่เน้นความใส่ใจ (Care) มากกว่าการป่าวประกาศความโสด

สถิติ “คนอยู่คนเดียว” พุ่งสูง: ขุมทรัพย์ใหม่มูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท
อัตราการเติบโตของครัวเรือนเดี่ยวในไทยนั้นรวดเร็วกว่าอัตราการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ถึง 3.5 เท่า ปัจจุบันมีคนไทยอยู่คนเดียวประมาณ 5.5 ล้านคน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 20,200 บาท คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในตลาดรวมสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี

หากเทียบในระดับภูมิภาค สัดส่วน 26% ของไทยนั้นสูงกว่าอินโดนีเซีย (7%) และฟิลิปปินส์ (9%) และกำลังไล่ตามประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ (32%) และญี่ปุ่น (35%) ซึ่งสะท้อนว่าเทรนด์นี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“นี่ไม่ใช่กลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche) อีกต่อไป แต่มันคือความเป็นจริงของประชากรไทยในปัจจุบัน” แกรนท์ บาร์โทลี่ CEO ของ Marketbuzzz กล่าว “เรากำลังพูดถึงประชากรกว่า 1 ใน 4 ของครัวเรือนไทยที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการเฉพาะทางที่หลายแบรนด์มองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย”

ไม่ใช่คนโสดทุกคนที่เหมือนกัน : เจาะลึก 4 เซกเมนต์ครองใจตลาด
งานวิจัยระบุว่าทัศนคติต่อการอยู่คนเดียวนั้นหลากหลาย โดยแบ่งตามระดับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและความตั้งใจที่จะอยู่คนเดียวในระยะยาว ได้เป็น 4 กลุ่มหลัก:
1. Romantic Hopeful (32%): กลุ่มที่ยังมีความหวังในความรักและรอคอยคู่แท้
2. Reluctant Solo (22%): กลุ่มที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างจำยอม (อาจด้วยสถานการณ์บังคับ)
3. Half-Hearted Solo (25%): กลุ่มที่กึ่งรับกึ่งสู้กับการอยู่คนเดียว ไม่ได้ต่อต้านแต่ก็ไม่ได้ภูมิใจนัก
4. Fulfilled Solo (21%): กลุ่มที่เติมเต็มด้วยการอยู่คนเดียวอย่างแท้จริง มั่นใจและภูมิใจในความเป็นอิสระ

มร. เจอโรม เฮอร์วิโอ ผู้ร่วมก่อตั้ง Stamina Asia ให้ความเห็นว่า “ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์คือการปฏิบัติกับกลุ่ม Solo เหมือนกันหมด กลุ่ม Romantic Hopeful อายุ 28 ปีที่ยอมจ่ายหนักเพื่อดูแลตัวเอง ย่อมมีความต้องการต่างจากกลุ่ม Fulfilled Solo อายุ 42 ปีที่มองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียม การทำแคมเปญแบบเหมารวมจะล้มเหลวแน่นอน แบรนด์ที่ชนะคือแบรนด์ที่เข้าใจแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ของแต่ละเซกเมนต์”

สิ่งที่ “ชาว Solo” ต้องการจริงๆ
แม้ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะค่อนข้างพึงพอใจกับสินค้าที่มีอยู่ในตลาด (คะแนนความพึงพอใจ 80%+) แต่พวกเขายังคงโหยหาสินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อ “ชีวิตคนเดียว” โดยเฉพาะ อาทิ

- อาหาร ชุดอาหารพร้อมปรุงหรืออาหารจานเดี่ยวที่ปริมาณพอเหมาะสำหรับหนึ่งมื้อ
- บริการ On-Demand บริการทำความสะอาด ซักรีดแบบรับ-ส่งถึงที่ หรือยิมที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายส่วนตัว
- Pet Economy 67% ของคนอยู่คนเดียวเลี้ยงสัตว์ ซึ่งคนกลุ่มนี้มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว (37%) และเป็นเพื่อนคลายเหงา (20%) โดยยอมแบ่งรายได้ถึง 5% ของเงินเดือนเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสมหาศาลในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด, เฟอร์นิเจอร์ประหยัดพื้นที่, ประกันภัยสำหรับผู้พำนักคนเดียว, ไปจนถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวและร้านอาหารที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้บริการคนเดียว

กลยุทธ์การสื่อสาร: เน้น “ความเข้าใจ” มากกว่า “ประกาศศักดา”
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า วิธีที่แบรนด์สื่อสารมีความสำคัญไม่แพ้สิ่งที่นำเสนอ โดยข้อความที่โดนใจชาว Solo มากที่สุดคือ
1. ความเท่าเทียม (Inclusiveness) – 34% : การอยู่คนเดียวเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ไม่ได้ดีหรือแย่ไปกว่าการแต่งงาน
2. ความใส่ใจ (Care) – 32% : แสดงความเข้าใจในปัญหาหรือความท้าทายที่คนอยู่คนเดียวต้องเจอ
3. การเสริมพลัง (Empowerment) – 29% : เฉลิมฉลองในความเป็นอิสระและความภูมิใจ


“66% ของกลุ่มเป้าหมายต้องการความใส่ใจและความเท่าเทียม มากกว่าแคมเปญที่เน้นความภูมิใจในความโสด (Solo Pride) แบบสุดโต่ง” บาร์โทลี่ และ เฮอร์วิโอ สรุปท้าย “แบรนด์ที่จะชนะใจพวกเขาคือแบรนด์ที่ทำให้การอยู่คนเดียวเป็นเรื่องปกติ (Normalize) ไม่ใช่การทำให้มันเป็นเรื่องทางการเมืองหรือการประกาศจุดยืนที่รุนแรงจนเกินไป”

 

ที่มา : prop2morrow (Tana Ruengsri)  6 มีนาคม 2569 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้