สมาคมไทยรับสร้างบ้าน    
   
 
 
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
   
  หน้าแรก   เกี่ยวกับสมาคม   คณะกรรมการ   ข้อบังคับสมาคม   ทำเนียบสมาชิก   ติดต่อสอบถาม   แผนผังเว็บไซต์  
 




THBA Document

คลิกชมวีดีโอทั้งหมด

ข่าว  ข่าวประชาสัมพันธ์  รายละเอียด
www www.thba.or.th
THCAเดินหน้าใช้สัญญามาตรฐาน สร้างความเป็นธรรมผู้บริโภค-รับสร้างบ้าน


เชื่อว่าหลายคนคงยังจำกันได้ว่าใน เมื่อวันที่14 กรกฎาคม 2552 ว่ามีการรวมตัวของกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน “ภูธนแสงทอง” กว่า30ราย จัดงานแถลงข่าวแฉพฤติกรรมการฉ้อโกงลูกค้า จนเป็นข่าวคึกโคมในวงการธุรกิจรับสร้างบ้าน ทำเอาลูกค้าที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านต้องติดเบรก...! ชะลอการตัดสินใจใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน เพื่อกลับไปค้นข้อมูล และตรวจสอบประวัติการทำงานของบริษัทที่ตนเอง กำลังคิดว่าจะใช้บริการในขณะนั้น

 จากเหตุกรณีการฉ้อโกงลูกค้าดังกล่าวทำให้หลายๆคน คิดถึงสัญญาการว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้านให้ก่อสร้างบ้านให้ และมีการหยิบยกเรื่องสัญญามาตรฐานขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยในขณะนั้น สมาคมแรกและสมาชิกในสมาคม มีการนำเรื่องสัญญามาตรฐานเข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เพื่อหารือถึงแนวทางการบังคับใช้สัญญามาตรฐานในธุรกิจรับสร้างบ้าน 

 ทั้งนี้ เนื่องจากสัญญามาตรฐานดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับทำให้ ยังไม่สามารถบังคบใช้สัญญามาตรฐานกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านได้อย่างทั่วถึง จึงมีการหยิบยกขึ้นมาไว้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการของลูกค้าหรือความสมัครใจของลูกค้าและผู้ประกอบการ ที่ต้องการทำสัญญาร่วมกันในการก่อสร้างบ้านแต่ละครั้ง

 อย่างไรก็ตาม สาเหตุหนึ่งที่ผู้บริโภคไม่หันมาใช้สัญญามาตรฐานที่มีออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีลูกค้าบางส่วนเห็นสัญญามาตรฐานที่ร่างขึ้นไม่เป็นธรรมกับลูกค้าหรือเอาเปรียบลูกค้ามากกว่าสัญญาที่ร่างโดยบริษัทรับสร้างบ้านที่ใช้กันอยู่ทำให้ลูกค้าปฏิเศธที่ใช้สัญยามาตรฐานที่มีออกมาก่อนหน้านี้ และยอมกลับไปใช้สัญญาที่ร่างโดยผู้ประกอบการแทน 

 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “สัญญามาตรฐาน” ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดหรือกล่าวถึงอีกเลยเป็นเวลากว่า 2ปีแล้ว แต่ปัญหาการร้องเรียนและการฉ้อโกงในธุรกิจรับสร้างบ้านยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงในปัจจุบัน    

คุณพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่าเป็นเวลาเกือบ2ปีแล้วที่สมาคมแรกเข้ามาหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้สัญญามาตรฐานแต่เรื่องก็เงียบไป ล่าสุดสมาคมไทยรับสร้างบ้าน สมาคมน้องใหม่ได้เข้ามาหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งในเรื่องดังกล่าว สคบ.ไดให้แนวทางว่าควรมีการจัดสัมมนาว่าด้วยเรื่องการใช้สัญญามาตรฐานในการทำสัญญาก่อสร้างบ้าน เพื่อเป็นแนวทางในการหยังเสียงและกระแสการตอบรับในเรื่องนี้ 

 อย่างไรก็ตามในกรณีที่ สมาคมไทยรับสร้างบ้านจะมีการบังคับใช้สัญญามาตรฐารกับสมาชิกในสมาคมทุกรายนั้นเป็นเรื่องที่ดี และในส่วนของสัญญาที่มีการร่างขึ้นนั้นหากต้องการให้ สคบ.ปรู๊ฟ หรือตรวจสอบข้อสัญญาต่างๆ ให้นั้นไม่น่าจะมีปัญหาแต่ สคบ.คงไม่สามารถให้การรับรองสัญญามาตรฐานดังกล่าวได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อบังคับออกมารองรับ แต่หากในอนาคตมีกฎหมายออกมารองรับแล้ว สคบ.ก็จะทำหน้าที่ตจรวจสอบและให้คำแนะให้การรับรองได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ เกี่ยวกับการผลักดัน ให้มีการออกกฎหมายควบคุมหรือยบังคับใช้สัญญามาตรฐานในธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น ขณะนี้ สคบ. อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ โดยตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้เกิดกฎหมายดังกล่าวให้ออกมาและสมารถบังคับใช้ให้ได้ในปี2554 นี้ โดยขณะนี้สคบ.อยู่ระหว่างการรวบรวมประเด็นปัญหา และพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เช่น กรณีการคำประกัน การรับประกันงานก่อสร้างว่าต้องมีการคำประกันหรือไม่ การแบ่งงวดงานก่อสร้างให้สัมพันธ์กับงวดการจ่ายเงิน

 นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดในส่วนของเทคนิคงานก่อสร้างต่างๆ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจาก สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูประถัมภ์ ให้เข้ามาช่วยดูในเรื่องทางเทคนิกในการก่อสร้างด้วย ขณะเดี่ยวกันในเรื่องของข้อกฎหมายในการขออนุญาตปลูกสร้างหรือต่อเติมต่างๆ นั้นก็ต้องขอความร่วมมือไปถึงหน่วยงานโยธาธิการของกรุงเทพฯให้เข้ามาช่วยดูรายละเอียดในเรื่องการยกร่างข้อบังคับต่างๆที่ว่าด้วยเรื่องการขออนุญาติก่อสร้าง ว่าครวจะให้ผู้ว่าจ้าง ซึ่งหมายถึงเจ้าของที่ดิน เป็นผู้ข้ออนุญาติก่อสร้างหรือให้บริษัทรับสร้างบ้านดำเนินการแทนได้ 

 “ที่สำคัญในเรื่องสัญญามาตรฐานนั้นต้องมีการศึกษาด้วยว่าจะครอบคลุมเฉพาะการก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือครอบคลุมไปถึงธุรกิจก่อสร้างทั้งหมด หรือรวมถึงการต่อเติมด้วยหรือไม่ และที่สำคัญอีกเรื่อง คือ การขอความร่วมมือจากสมาคมทั้ง2สมาคมให้ร่วมกันสนับสนุนข้อมูลปัญหาเกี่ยวกับการสร้างบ้าน เนื่องจากทั้ง2สมาคมมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการยกร่างข้อบังคับต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”    

  คุณพิฆเนศ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการยกร่างข้อบังคับในเรื่องสัญญามาตรฐานนั้น สคบ.จะต้องมีการประมวลข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อยกร่างเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเพื่อเห็นชอบ ก่อนสรุปร่างเสนอต่อคณะอนุกรรมการจัดทำร่างประกาศ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์ในกลุ่มประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไป เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวล เพื่อสรุปและเสนอคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเห็นชอบ ก่อนส่งต่อให้คณะอนุกรรมการฯประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้ต่อไป 

 ทั้งนี้ ข้อดีของการออกกฎหมายบังคับใช้สัญญามาตรฐาน ในเบื้องต้นคือช่วยให้เกิดความชัดเจนถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และสิทธิ์ของ ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เพื่อปิดประเด็นในการโต้เถียง เมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งของทั้ง2ฝ่าย นอกจากนี้ยังช่วยให้สมารถติดตามผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพื่อให้สามารถรับทราบและพิสูจน์ได้ว่าผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้างนั้นมีตัวตนที่ชัดเจน และง่ายต่อการดูแลติดตามผู้กระทำผิดมารับโทษ 

 “อยากฝากว่าเพื่อให้การผลักดันกฎหมายดังกล่าวออกมาบังคับใช้ให้รวดเร็วขึ้น ผู้ประกอบการควรต้องสนับสนุนข้อมูลการทำงานของบริษัทและลูกค้า เพราะในการออกกฎหมายนั้นนอกจากการบังคับใช้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคแล้ว กฎหมายที่ออกมาต้องไม่เป็นภาระ หรืออุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการด้วย”
 ปัจจุบัน ปัญหาการร้องเรียนบริษัทรับสร้างบ้านยังคงมีตัวเลขเพิมสูงขึ้นในทุกๆ ปี โดยในปี2553 มีตัวเลขการร้องเรียนเพิ่มสูงกว่าปี 2552 เกือบเท่าตัว ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาที่มีการร้องเรียนคือ การทิ้งงานไม่ก่อสร้างต่อ และการเก็บเงินค่างวดงานก่อสร้างเกินงวดงานที่ทำอยู่ 

 ด้านคุณสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THCA) กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการใช้บริษัทรับสร้างบ้านในการก่อสร้างบ้าน สมาคมจึงมีนโยบายการบังคับใช้สัญญามาตรฐานขที่สมาคมไทยรับสร้างบ้านจัดทำขึ้นเอง เพื่อบังคับใช้ระหว่างลูกค้า และบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมทุกราย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ในเดือน มกราคม 2554 นี้
 ส่วนการผลักดันให้มีการออกข้อบังคับใช้ หรือการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสัญญามาตรฐานนั้น ล่าสุดสมาคมฯได้เข้าพบและหารือถึงแนวทางการร่วมกันกับสคบ. เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายและการบังคับใช้สัญญามาตรฐานใหครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่ง สคบ.ได้หยิบยกตัวสัญญามาตรฐานที่ร่างโดยสมาคมแรก ขึ้นมาพิจารณาและร่วมกันศึกษาแนวทางการแก้ไข ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าสัญญามาตรฐานฉบับเก่านั้นยังมีจุดอ่อนอยู่หลายเรื่อง เช่น การเริ่มนับว่าสัญญาควรจะเริ่มต้นนับตั้งแต่เมื่อใด การปรับผู้ผิดสัญญา ควรจะปรับจากมูลค่างานก่อสร้างที่เหลือ ไม่ใช่ปรับจากมูลค่าเงินที่เหลือ 

                                                         

 นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดระยะเวลาในการรับประกัน หรือกรณีการผิดสัญญาจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของผู้ใด และการกำหนดนิยามของคำว่าผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างให้มีความชัดเจน กรณีการบอกเลิกสัญญาจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะสามารถบอกเลิกสัญญาได้ภายในระยะเวลากี่วัน การกำหนดงวดเงินในการทำสัญญาว่าจะสามารถลดลงได้หรือไม่ โดยในเดือน มกราคม2554นี้ สมาคมไทยรับสร้างบ้านจะเสนอร่างสัญญามาตรฐานของสมาคมเปรียบเทียบกับสัญญามาตรฐานฉบับเก่า ให้สคบ.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง 

 สำหรับนโยบายการผลักดันสัญญามาตรฐาน ควรเป็นสัญญาที่ทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านไม่เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบด้วยกันทั้ง2ฝ่าย เนื่องสัญญาการจ้างก่อสร้างบ้านในปัจจุบันนั้นผู้ประกอบการจะเป็นผู้ร่างสัญญาซึ่งส่วนใหญ่สัญญาที่ร่างขึ้นจะรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการเองมากกว่า ให้ประโยชน์แก่ลูกค้า ดังนั้นหากมีการร่างสัญญามาตรฐานที่มีการบังคับใช้ภายใต้การรับรองของกฎหมาย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และให้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย คือ ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือธุรกิจของผูประกอบการและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคน่าจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมั่น และการขยายตัวของตลาดรับสร้างบ้านในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น 

 ทั้งนี้ ปัญหาของสัญญาที่มีการใช้อยู่ปัจจุบันนั้น เป็นสัญญาที่จัดทำขึ้นโดยผู้ประกอบการเอง ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบการมีอยู่ 2-3เรื่องสำคัญๆ คือ 1.ขอบเขตของสิทธิ์และหน้าที่ของผู้จ้างและผู้รับจ้าง 2.ความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้างและผู้ประกอบการ ค่าจ่างและค่ารับจ้าง 3.การส่งมอบบ้าน และการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามสัญญา เนื่องจากไม่มีการกำหนดแน่ชัดว่า เริ่มนับวันเริ่มต้านสัญญา และสิ้นสุดสัญญาเมื่อใด 

  “เวลานี้ปัญหาขัดแย้งของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ที่มีการร้องเรียนสคบ.ไปแล้วคือ เทคนิคการเอาเปรียบของผู้ประกอบการ เช่น ในกรณีของการขอยกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกเงินของผู้ประกอบการ ซึ่งกรณีนี้การบอกเลิกสัญญาจะถูกผู้ประกอบการหยิบขึ้นมาใช้เมื่อลูกค้าร้องเรียนต่อ สคบ.หรือ สมาคมฯ โดยผู้ประกอบการจะบอกเลิกสัญญาและยื่นฟ้องศาลว่าลูกค้าผิดสัญญานัดจ่ายเงินและเรียกค่าเสียหา ทำให้ สคบ.และสมาคมฯไม่สามารถดำเนินการใดได้  เนื่องจากเรื่องถึงขั้นตอนศาลต้องเป็นผู้พิสูจน์และพิจารณาตัดสิน แต่โดยมากแล้วลูกค้าจะไม่สู้คดีเพราะไม่ต้องการขึ้นโรงขึ้นศาล ทำให้มีการเจรจายอมความกันไป ทั้งที่บางกรณีผู้ประกอบการเป็นผู้ผิดสัญญาเอง ดังนั้นหากมีการบังคับใชสัญญามาตรฐานเกิดขึ้นได้ ปัญหาการฟ้องร้องหรือเทคนิคนอกสารระบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก และเป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอนาคตแน่นอน” 


 **เปิดมุมมองผู้ได้รับความเดือดร้อนสะท้อนความจำเป็นสัญญามาตรฐาน 

                                                          ดร.ปัณณ์ อนันอภิบุตร แกนนำเครือข่ายผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการว่าจ้างบริษัท ภูธนแสงทอง จำกัด และกลุ่มบริษัทในเครือก่อสร้างบ้าน กล่าวว่า ในช่วงเดือน กรกฎาคม2552 ที่ผ่านมา ตนเองผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการจ้างบริษัท เพรสซิเด้นท์ โฮม จำกัด ในเครือ ""ภูธนแสงทอง"" ปลูกสร้างบ้านจำนวนกว่า 30รายได้รวมตัวกันจัดงานแถลงข่าวการฉ้อโกงของผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน บริษัท เพรสซิเด้นท์โฮม จำกัด เพื่อเปิดโปงบริษัทที่ทำตัวเป็น เหลือบ ไร ในวงการธุรกิจรับสร้างบ้าน ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบความจริงและระมัดระวังในการเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน  

 “จำนวนของผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้บริการของบริษัทดังกล่าวในครั้งนั้น ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยที่มีการรวมตัวกันออกมาถ่ายทอดความผิดหวัง และความรู้สึกของผู้ที่เก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อสร้างบ้านของตนเอง แต่กลับมาได้รับความผิดหวังจากการเลือกใช้บริการบริษัทสร้างบ้านที่ อาสัยฉากหน้าของผู้ประกอบธุรกิจนี้มาหากินกับความฝันของคน” 

 ดร.ปัญณ์ เล่าวว่า ในครั้งนั้นผมเลือกใช้บริการ บริษัท เพรสซิเดนท์โฮม ในการสร้างบ้านบนที่ดินย่านถนนเสนานิคม แต่หลังใช้บริการไปได้ระยะหนึ่ง ก็ได้จ่ายเงินค่างวดงานเกินกว่าความคืบหน้าของงานก่อสร้าง แถมงานก่อสร้างก็ไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรม อาทิ ปูนซีเมนต์ไม่ได้มาตรฐานตามการทดสอบแรงอัด ฯลฯ จึงตัดสินใจยกเลิกสัญญา และขอเงินค่างวดที่จ่ายเกินกว่างวดงานก่อสร้างที่มีการดำเนินการไป 3 แสนบาทคืน แต่ระหว่างการติดตามเงินคืนนั้น ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวหาตัวไป และไม่สามารถติดต่อได้

ใขณะนั้นเท่าที่ทราบ คุณธมลวรรณได้ชำระเงินงวดไปแล้วกว่า 99% คงเหลือเงินที่ต้องชำระอีกประมาณ 1 หมื่นบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม2552 คุณธมลวรรณได้ทำสัญญาปลูกสร้างบ้านฉบับใหม่กับทางบริษัทนั้นใหม่ โดยบริษัทดังกล่าวยินดีจะก่อสร้างบ้านส่วนที่เหลืออีก 30% ให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2552 แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาก่อสร้างบ้านส่วนที่เหลือให้เลย 

 ดรปัญณ์ กล่าวถึง สัญญามาตรฐานว่า การบังคับใช้สัญญามาตรฐานในวันนี้ถือว่าช้าเกินไปสำคัญกลุ่มผู้เดือดร้อนที่เกิดขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคในอนาคต เพราะหากในวันนั้นมีการบังคับใช้สัญยามาตรฐานหรือมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายบังคับใช้จริงน่าจะช่วยให้ผู้เดือดร้อนหลายๆ รายไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของผู้หวังเข้ามาแอบแฝงมาหลอกลวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของผู้อื่นได้ 

 อย่างไรก็ตามในความเห็นส่วนตัวแล้ว ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้สัญญามาตรฐานอาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่งแต่คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการจัดการกับผู้ที่ตั้งใจจะเข้ามาหาประโยชน์จากวงการนี้ ซึ่งในความเห็นส่วนตัวแล้ว ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ อยากให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ถูกควบคุม เพราะผู้ที่กระทำความผิดแล้วปิดบริษัทไดเปิดบริษัทใหม่เข้ามาหากินในวงการนี้มีจำนวนมาก หากธุรกิจนี้กลายเป็นธุรกิจควบคุมจะทำให้มีการตรวจสอบผู้ประกอบการที่ขอเข้ามาจดทะเบียนตั้งบริษัทต้องดำเนินงานตามขั้นตอนที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ ซึ่งเป็นการสกรีนผู้ประกอบการ ก่อนเข้ามาสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านให้แก่ผู้บริโภคอีกขั้นตอนหนึ่ง           
                                                                  


      ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

หวั่นน้ำท่วมฉุดกำลังซื้อหด “พีดีเฮ้าส์” ชูแบบบ้านปกป้องน้ำท่วมสู้
อ่านต่อ ...
สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ร่วมใจคืนกำไรสู่สังคม ครั้งที่ 13
อ่านต่อ ...
พีดีเฮ้าส์ไม่หวั่นปัจจัยลบรอบด้าน ลุยเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ดันยอดขายครึ่งปี
อ่านต่อ ...
      ข่าวอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

เอสซีจี เซรามิกส์ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562 กำไรเพิ่ม เร่งขยายสาขา
อ่านต่อ ...
ชงเว้นภาษีโอนหนุนซื้อบ้านมือสอง
อ่านต่อ ...
ธอส.หวั่นดอกกู้ต่ำกดดันกำไร ขอเจรจาคลัง-สคร.ผ่อนปรนแผนงาน
อ่านต่อ ...
 
PD HOUSE PD SIAM Cher-Wad  SCG J.D. Pools G H Bank SCB Windsor Schenker Kronotex Inovar Floor InterHome Property Aqua Line Asia Premier Bangkok Crystal Pros-concrete Kenzai Hi Craft Stone Qualimer FERRO Beaver Wood

หน้าแรก | เกี่ยวกับสมาคม | คณะกรรมการ | ข้อบังคับสมาคม | ทำเนียบสมาชิก | ติดต่อ-สอบถาม
Copyrights 2010 All rights reserved. Projected by hypermance.com