สมาคมไทยรับสร้างบ้าน    
   
 
 
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
   
  หน้าแรก   เกี่ยวกับสมาคม   คณะกรรมการ   ข้อบังคับสมาคม   ทำเนียบสมาชิก   ติดต่อสอบถาม   แผนผังเว็บไซต์  
 




THBA Document

คลิกชมวีดีโอทั้งหมด

ข่าว  ข่าวอสังหาริมทรัพย์  รายละเอียด
www www.thba.or.th
 

รับสร้างบ้านฝ่าปัจจัยลบ วัสดุ-ค่าแรงพุ่ง 5-7%


 

 

เรื่อง อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

 

         ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันพฤติกรรม ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและมีไลฟ์สไตล์เป็นของตนเองมากขึ้น ดังนั้นในการจะเลือกซื้อที่อยู่อาศัย รวมทั้งจะสร้างเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยจะเน้นเรื่องของฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยควบคู่กับดีไซน์ที่สวย ที่สำคัญ ผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค แล้วยังเป็นการปรับรับความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลด้วย

 

       สุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บิวท์ ทู บิวด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว คืออยู่ประมาณ 5-7% ทั้งนี้เป็นผลมาจากแรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมถึงผลพวงจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เมกะโปรเจกต์ ต่างๆ และการเลือกตั้งปี 2562 จะเป็นแรงส่งสำคัญทำให้เศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้นและต่อเนื่องไปอีกหลายปี เช่นเดียวกับโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (อีสเทิร์นซีบอร์ด) โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ประมาณ 4-4.5% แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศยังมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนก็ตาม

 

       อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องระวังในปีนี้คือ ราคาวัสดุ เช่น ปูนซีเมนต์ ไม้ และสุขภัณฑ์ ที่มีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วเฉลี่ยราว 5% โดยมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีกในปีนี้ประมาณ 5-7% อีกทั้งเรื่องของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ ซึ่งมีความต้องการมาก ขณะที่ค่าแรงในไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น เวียดนามถึง 50-100%

 

        รวมไปถึงการแข่งขันที่มากขึ้นจากการปรับตัวของผู้รับเหมารายย่อยหรือเอสเอ็มอี ที่ยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเข้ามาอยู่มีสมาชิกกันมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งกันเอง ซึ่งไปชิงส่วนแบ่งตลาดของผู้รับเหมาทั่วไป ปัจจุบันบริษัทที่อยู่ในสมาคมมีส่วนแบ่งถึง 20% เมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนไม่ถึง 5% ซึ่งแต่ละปีตลาดรวมสร้างบ้านเองจะมีมูลค่าราว 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง-สุขภัณฑ์และค่าแรง ทำให้บริษัทได้มีการปรับราคาสร้างบ้านเพิ่ม 3-5% ในปีนี้

 

       สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม บิวท์ ทู บิวด์ ที่นำมาใช้ยังคงเน้นในเรื่องการสร้างมาตรฐานของคุณภาพงานก่อสร้างและบริการในราคาที่คุ้มค่ากับผู้บริโภค อีกทั้งการเร่งทำตลาดในรูปแบบครบวงจร ทั้งการตลาดแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยจะเน้นจัดกิจกรรมที่เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง รวมทั้งร่วมออกบูธแสดงสินค้าตลอดทั้งปี วางงบทำการตลาดปีนี้ที่ 20 ล้านบาท

 

      นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้เตรียม รีโนเวตสำนักงานขายใหม่ รวมไปถึงการรีโนเวตห้องโชว์วัสดุที่สำนักงานใหญ่บนถนนอ่อนนุช ให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับงานขายและงานบริการให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังได้มีการออกแบบบ้านใหม่ ซึ่งในปีนี้ได้ออกแบบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์นจำนวน 6 แบบ จาก 3 แบรนด์ ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาทขึ้นไป ขนาดพื้นที่เริ่ม 218-1,503 ตารางเมตร (ตร.ม.) จากปัจจุบันที่มีกว่า 120 แบบ เพื่อเจาะฐานลูกค้าตลาดกลางและบน โดยแต่ละแบบจะมีการดีไซน์รูปทรงและฟังก์ชั่นที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้าตามแต่ละสไตล์การใช้ชีวิต

 

      สุธี กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการทำเอ็กซ์พีเรียนซ์มาร์เก็ตติ้ง ที่จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค ทั้งกลุ่มบ้านสร้างใหม่ รวมทั้งผู้ที่ทุบบ้านเก่าแล้วปลูกสร้างบ้านใหม่ในพื้นที่เดิม ซึ่งพบว่ามีสัดส่วนกว่า 50% ที่ผู้บริโภคคนไทยนิยมสร้างบ้านในถิ่นเดิม

 

     ในส่วนของเป้าหมายทางการขายปีนี้ตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท ใกล้เคียงปีที่แล้ว โดยปี 2561 บริษัทมียอดขายรวมที่ 837 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วาง 7% ซึ่งเป้าตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท จากช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 ที่เศรษฐกิจแผ่วลง

 

      ทั้งนี้ สัดส่วนที่ลูกค้าส่วนใหญ่สนใจปลูกสร้างบ้านจะเป็นบ้านระดับราคา 1-5 ล้านบาท 40% ระดับ 5-10 ล้านบาท 40% และ 10 ล้านบาทขึ้นไป 20% ซึ่งสอดคล้องกับแบรนด์ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย บริษัท บิวท์ ทู บิวด์ ที่สร้างบ้านระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือเฉลี่ย 2 หมื่นบาท/ตร.ม. บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ สร้างบ้านระดับราคา 6-10 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1.6 หมื่นบาท/ตร.ม. และบริษัท สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์ สร้างบ้านระดับราคา 1.5-5 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1.4 หมื่นบาท/ตร.ม.

 

      "สิ่งที่อยากเห็นหลังจากเลือกตั้งในฐานะประชาชนและผู้ประกอบการนั้น อยากเห็นการเมืองสงบ ไม่มีความขัดแย้ง รัฐบาลชุดใหม่สามารถบริหารประเทศได้ โดยอยากให้มองภาพรวมประเทศ นโยบายหรือโปรเจกต์ที่ดีอยู่อยากให้สานต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็เปลี่ยน ไม่อยากให้เศรษฐกิจประเทศสะดุด" สุธี กล่าว

 

      พร้อมกันนี้ควรสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งผู้ประกอบการรายกลางและเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่ง่ายขึ้น เพราะในต่างประเทศกลุ่มนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ

 

     ด้านธุรกิจรับสร้างบ้านเองเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตดีต่อเนื่อง ขณะที่มียอดปฏิเสธสินเชื่อ 10-15% เมื่อเทียบกับโครงการอสังหาฯ โดยรวมที่มีการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงกว่า 30%

 

 

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562

      ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ร่วมใจคืนกำไรสู่สังคม ครั้งที่ 13
อ่านต่อ ...
พีดีเฮ้าส์ไม่หวั่นปัจจัยลบรอบด้าน ลุยเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ดันยอดขายครึ่งปี
อ่านต่อ ...
พีดีเฮ้าส์ จัดอบรม ‘หลักสูตรแฟรนไชส์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ รุ่นที่ 38’
อ่านต่อ ...
ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
      ข่าวอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

THBA คาดการณ์ Q3 ตลาดบ้านสร้างเองซบ
อ่านต่อ ...
แบงก์กรุงศรีคาดกนง.คงดอกเบี้ย แม้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
อ่านต่อ ...
ออมสินคาดจีพีดีปีนี้่โต 3.6% เหตุบาทแข็ง-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
อ่านต่อ ...
ข่าวอสังหาริมทรัพย์์ทั้งหมด
 
PD HOUSE PD SIAM Cher-Wad  SCG J.D. Pools G H Bank SCB Windsor Schenker Kronotex Inovar Floor InterHome Property Aqua Line Asia Premier Bangkok Crystal Pros-concrete Kenzai Hi Craft Stone Qualimer FERRO Beaver Wood

หน้าแรก | เกี่ยวกับสมาคม | คณะกรรมการ | ข้อบังคับสมาคม | ทำเนียบสมาชิก | ติดต่อ-สอบถาม
Copyrights 2010 All rights reserved. Projected by hypermance.com